จุดหมาย….อัลฟ่า เซนจูรี
สองทุ่มสิบสามนาทีในคืนที่เงียบเหงาเช่นเคยนับแต่ภรรยาของเขาจากไปด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ครั้งนั้น พรณนั่งหน้าจอโทรทัศน์เพื่อดูข่าวภาคค่ำที่กำลังเสนอข่าวในราชสำนักซึ่งเป็นข่าวช่วงแรกตามประเพณีปฏิบัติที่คนไทยทุกคนยึดมั่นตลอดมา เขากำลังรอรายการโปรด “ข่าวขายหน้า ห้านาที”
ฉับพลันก็เกิดแสงสว่างวาบจากหน้าจอโทรทัศน์ มันเป็นความสว่างที่รุนแรงแต่เงียบเชียบ เขาหลับตาแน่นและนั่งนิ่งกับที่ เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้งโทรทัศน์กำลังเสนอข่าวจากสำนักนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นรายการต่อจากรายการโปรดของเขา และเมื่อเขาเหลือบไปดูนาฬิกาบนผนังกลับพบว่ามันเป็นเวลาสองทุ่มยี่สิบเอ็ดนาที
กุมภาพันธ์ 2544 นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกต่างพากันตื่นเต้นกับการประกาศแผนที่ชีวิตมนุษย์ฉบับเต็มของบริษัทเซเลร่าและ กลุ่มร่วมทุน NIH/HGPในสัปดาห์เดียวกัน1 นี่นับเป็นความก้าวหน้ายุคใหม่ที่จะพุ่งเข้ากระทบกับชีวิตของคนทั้งโลกในลักษณะเดียวกันกับที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และการสื่อสารไร้สายเมื่อสิบกว่าปีก่อนหน้านั้น
สิบแปดปีถัดมา
วงการแพทย์หลายประเทศได้ประกาศความสำเร็จในการค้นพบจุดร่วมของจีโนมในผู้ป่วยโรคที่เป็นกรรมพันธ์หลายโรค
รวมถึงโรคเบาหวาน รูมาตอย และมะเร็งปากมดลูก ซึ่งเป็นเพียง 3
โรคที่ได้รับการยอมรับจากองค์การอนามัยโลก(W.H.O.)ให้มีการปรับปรุงจีโนมของตัวอ่อนที่ผ่านการผสมในห้องปฏิบัติการก่อนที่จะนำไปฝังให้เจิญเติบโตในครรภ์มารดา
(ในสมัยก่อนเรียกว่าการทำกิ๊ฟหรือผสมเทียม เป็นที่พึ่งเฉพาะคนที่มีบุตรยาก
แต่การทำเช่นนี้กลับเป็นที่นิยมกันอย่างกว้างขวางนับแต่ปี 2585
นักพันธุวิทยายังคงไม่มีทีท่าที่จะหยุดพัฒนาความรู้ด้านพันธุวิศวกรรมนี้แม้จะมีกระแสต่อต้านอย่างรุนแรงไปทั่วโลก
สิ่งที่ผู้คนทั่วไปเกรงกลัวที่สุดก็คือความพยายามที่จะโคลนนิ่งมนุษย์อันจะนำมาซึ่งปัญหาทั้งในแง่กฏหมายและศีลธรรม
ในบางประเทศรวมถึงประเทศไทยถึงกับมีการชุมนุมประท้วงทุกเช้ามืดวันจันทร์ก่อนที่กลุ่มชุมนุมจะแยกย้ายกันไปทำงาน
อย่างไรก็ดีมีนักต่อต้านระดับแกนนำบางคนได้ทำการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจโดยใช้อวัยวะจากหมูที่ถูกปรับพันธุกรรมเพื่อการนี้โดยเฉพาะ
พวกเขาให้เหตุผลแบบข้างๆคูๆว่า
การปรับจีโนมของสิ่งมีชีวิตเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ตราบเท่าที่ไม่มีการโคลนนิ่งมนุษย์
...........ด้วยการต่อต้านแบบปากว่าตาขยิบเช่นนี้
การพัฒนาพันธุวิศวกรรมจึงยังคงเดินหน้าต่อไปทั้งในที่เปิดเผย
และในกลุ่มองค์กรที่หลบซ่อน
พรณกำลังนั่งรัประทานอาหารเช้าในขณะที่หุ่นยนต์รับใช้นำกาแฟร้อนมาให้
ยุคนี้ทุกบ้านมีหุ่นยนต์รับใช้คอยทำงานบ้านให้ทุกอย่าง แม้แต่บ้านของเขาที่มีฐานะไม่ดีนักก็ยังมีหุ่นรับใช้รุ่นมาตรฐานที่รัฐบาลมอบให้ฟรีแก่คนที่ทำงานเสียภาษีติดต่อกันหกปี
แม้ว่ามันจะมีผิวเป็นโลหะและเดินขึ้นบันไดไม่ได้ แต่ก็ไม่เป็นปัญหาตราบเท่าที่มันทำงานบ้านได้ดีและเขายังอยู่ในคอนโดมิเนียมชั้นเดียวอย่างนี้
แต่เขาก็ยังอดคิดไม่ได้ว่าสักวันเขาจะซื้อหุ่นยนต์ที่มีผิวคล้ายมนุษย์มาใช้
แต่คงต้องใช้เวลาอีกหน่อยเพราะมันมีราคาอย่างต่ำก็สามพันมัวร์
เมื่อนึกถึงจำนวนเงิน บ่อยครั้งที่เขาอดไม่ได้ที่จะต้องคำนวณออกมาเป็นเงินบาท
แม้ว่ามันก็ไม่สะท้อนความจริงนักเพราะเขาใช้อัตราแลกเปลี่ยนเมื่อวันที่สมาพันธ์เศรษฐกิจร่วมเอเชียได้ประกาศการเริ่มใช้เงิน
มัว (MUA = Money Unit of Asia) ในปี 2587 ซึ่งกำหนดให้ 5 มัวร์ มีค่าเท่ากับ 1 ยูโร ซึ่งขณะนั้น 1 ยูโร มีค่าประมาณ 38
บาท
สิบสามปีผ่านไปแล้วแต่เขายังจำได้ดีว่ารู้สึกใจหายแค่ไหนเมื่อล็อคอินเข้าไปตรวจสอบยอดสมุดบัญชีเงินออม
ในวันแรกของค่าเงินใหม่ และพบว่าตัวเลขของมันลดลงกว่า 7 เท่า ภายในชั่วข้ามคืน
เมื่อทานอาหารเช้าเสร็จเขาหยิบกระเป๋าคอมพิวเตอร์ของเขาขึ้นพาดบ่า
แม้ว่ามันจะมีขนาดเพียงครึ่งหนึ่งของโน๊ตบุ๊คส์ในยุคที่พ่อของเขาใช้และก็เป็นนาโนเทคคอมพิวเตอร์ แต่ก็เพื่อนๆก็มักถามเขาเสมอว่าทำไมเขาจึงไม่เปลี่ยนมาใช้แฮนดี้คอมพ์ที่ใช้เทคโนโลยีล่าสุดที่มีขนาดเล็กกว่าฝ่ามือและไม่มีจอภาพ
แต่ใช้แว่นโสตทัศนะซึ่งใช้วิธีการกระตุ้นให้เกิดภาพที่สมองโดยตรงแทน
“ถ้าคนทุกคนในโลกไม่ใช้ตาให้มากพอ
อีกไม่กี่ชั่วอายุคน มนุษย์จะไม่มีตา อะไรที่เราไม่ใช้ธรรมชาติก็จะเอาไปจากเรา” เขายืนยันกับเพื่อน
เช้าวันพฤหัสพรณขับของเขาเพื่อไปทำงาน รถยนต์กว่าแปดสิบเปอร์เซนต์ในท้องถนนเป็นรถพลังออกซิไดไฮโดร
รถของพรณก็เช่นกัน มันใช้พลังงานจากการรวมตัวของออกซิเจนและไฮโดรเจนกลายเป็นน้ำโดยการกระตุ้นของไฟฟ้าจากแบตเตอรี่และปลดปล่อยพลังงานมาขับเคลื่อน
นี่ไม่ใช่วิธีการที่ให้ประสิทธิภาพสูงสุดแต่สามารถรักษาสมดุลย์ของธรรมชาติได้ดีที่สุดเมื่อรถทุกคันจะคืนน้ำให้ธรรมชาติหลังจากที่โรงงานทำการแยกน้ำจากแหล่งธรรมชาติออกเป็นธาตุทั้งสองชนิดออกมาขาย
ท้องถนนทั่วไปเปียกชื้นจากไอน้ำที่พ่นออกจากท่อไอเสีย
(คนส่วนใหญ่ยังติดกับศัพท์เก่าเก่าอยู่แม้ว่าไอน้ำจะไม่ใช่ไอเสียก็ตาม)
แต่ไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไร ก็น้ำมิใช่หรือที่ทำให้เกิดสิ่งมีชีวิตขึ้นได้ในโลกใบนี้
เขายังคิดขำในใจเสมอว่าในที่สุดมนุษย์ก็ต้องกลับมาใช้เครื่องยนต์พลังไอน้ำ
แม้ว่าหลักการของมันจะต่างกับที่ เจมส์ วัตต์
ประดิษฐ์ขึ้นตั้งแต่สมัยเดียวกับที่กรุงธนบุรีเป็นราชธานีของไทยก็ตาม
ตลอดครึ่งเช้าของวันนั้นเขาใช้ไปในการตรวจสอบงานติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ของอพาร์ตเม้นท์ใหม่แห่งหนึ่ง
ในฐานะที่เป็นวิศวกรที่ปรึกษาและออกแบบระบบพลังงานแสงอาทิตย์
เขาอดรู้สึกชื่นชมรัฐบาลเมื่อหกปีก่อนไม่ได้ที่ส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์โดยการออกกฏหมายยกเว้นภาษีนำเข้าวัตถุดิบที่นำมาใช้เพื่อการผลิตโซล่าร์เซลล์และโซล่าร์ฮีตเตอร์
และให้ส่วนลดภาษีเงินลงร้อยละยี่สิบเป็นเวลาห้าปีสำหรับผู้ผลิต และรวมไปถึงเจ้าของกิจการที่พักอาศัยที่นำระบบนี้มาติดตั้ง
และยังอนุญาตให้บุคคลธรรมดาที่ติดตั้งระบบดังกล่าวในบ้านพักอาศัยนำค่าใช้จ่ายมาหักภาษีได้เต็มจำนวน
ที่ไม่น่าเชื่อที่สุดเห็นจะเป็นที่ว่าประเทศไทยซึ่งปกติจะเป็นผู้ตามในการพัฒนาทั้งหลายกลับเป็นชาติแรกที่มีนโยบายเช่นว่านี้
หลังอาหารเที่ยงเขาขับรถเพื่อกลับเข้าไปยังสำนักงาน
รถข้างหน้าถัดออกไปสามคันกำลังพยายามจะผ่านประตูทางด่วนขึ้นไปคนขับเปิดกระจกและกับยื่นแฮนดี้คอมพ์ออกมาโบกซ้าย-ขวาอยู่หลายครั้งแต่ประตูก็ไม่เปิด
เจ้าหน้าที่ประจำด่านคนหนึ่งเดินมาพูดกับเจ้าของรถคันดังกล่าวเล็กน้อยก่อนที่เจ้าของรถจะยื่นเงินให้เจ้าหน้าที่คนนั้นจึงกดปุ่มเปิดประตูให้ผ่านไป
ภาพดังกล่าวมีให้เห็นจนชินตา
คนพวกนี้ถูกตัดเครดิตในการใช้บริการชำระเงินผ่านบริษัทนายหน้ารับชำระจึงต้องจ่ายค่าผ่านทางเป็นเงินสด
เป็นเรื่องที่น่าเศร้าที่คนจำนวนไม่น้อยที่อาจหาญมาใช้รถเพียงเพื่อที่จะมีหน้ามีตาในสังคม
ทั้งที่ในบัญชีมีเงินไม่พอให้เรียกเก็บค่าใช้จ่าย
รถสองคันถัดมาสามารถผ่านไปได้โดยไม่มีปัญหา
เครื่องแฮนดี้คอมพ์ทำงานเป็นอย่างดีแม้ว่าพวกเขาจะเพียงเอามือแตะแป้นเครื่องที่วางไว้ที่คอนโซลหน้าเท่านั้น
เมื่อถึงคิวของพรณเขาเพียงล้วงมือลงไปจับบัตรจีโนมิครีดเดอร์ในกระเป๋าเสื้อเท่านั้นประตูก็เปิดออก
ทุกคนที่ไม่ใช้แฮนดี้คอมพ์จะมีบัตรนี้
บัตรทุกใบเหมือนกันหมด
มันเป็นเพียงเครื่องอ่านจีโนมของผู้ถือแล้วส่งสัญญาณไปยังเครื่องรับที่ติดตั้งณ.สถานที่ให้บริการซึ่งมีใช้กันแพร่หลายไม่ว่าจะเป็นระบบควบคุมการเข้าออกของอาคาร
การติดต่อราชการและธนาคาร ด่านทางด่วน รวมไปถึงร้านอาหารหลายแห่ง
และแม้กระทั่งตู้ขายของอัตโนมัติที่ตั้งอยู่ตามสถานีรถไฟฟ้า
เครื่องอ่านจะส่งตัวเลขค่าใช้จ่ายสำหรับจีโนมที่ตรวจได้ไปยังศูนย์ข้อมูลของบริษัทนายหน้าซึ่งจะส่งบิลรวมค่าใช้จ่ายไปแจ้งผู้ใช้ถึงบ้านทุกๆเดือน
ด้วยการใช้รหัสจีโนมนี้หากทำบัตรหายก็เพียงแต่ไปซื้อบัตรใบใหม่โดยไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครนำบัตรที่เก็บหรือขโมยได้ไปแอบอ้าง
เคยมีปัญหาใหญ่อยู่เหมือนกันในช่วงปีที่สองหลังจากที่เริ่มนำเทคโนโลยีนี้มาใช้
เพราะมีคนที่ถูกชิงบัตรพร้อมทั้งตัดอวัยวะเพื่อนำจีโนมไปด้วยหลายราย ปัญหาดังกล่าวได้หมดไปเมื่อเครื่องอ่านทั้งหมดได้ถูกปรับเทคโนโลยีให้อ่านเฉพาะจีโนมจากเซลล์ที่ยังมีชีวิตอยู่เท่านั้น
ระบบจีโนมิครีดดิ้งนี้มีอยู่ในเครื่องแฮนดี้คอมพ์ด้วย
ซึ่งนอกจะใช้ประโยชน์ในลักษณะนี้แล้วมันยังใช้เป็นรหัสผ่านเพื่อใช้คอมพิวเตอร์อีกด้วย
เมื่อมานั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานในสถาบันส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือก
พรณเขาเฝ้าแต่ครุ่นคิดถึงเรื่องที่เขาฝันเมื่อคืนนี้ มันแจ่มชัด
กระจ่างในใจเสียจนเขาไม่แน่ใจว่าเป็นความฝัน มันเหมือนกับว่ามีข้อมูลหลั่งไหลเข้าสู่ตัวเขาราวกับว่าเขาเป็น
ซีพียูรับข้อมูลมาแล้วก็ส่งไปเก็บในฮาร์ดดิสก์ซึ่งก็คือสมองของเขา
ความคิดสะดุดลงเมื่อเขาเหลือบไปเห็นเพื่อนร่วมงานที่นั่งอยู่ทางซ้ายของเขานำแว่นโสตทัศนะที่ต่อเชื่อมกับแฮนดี้คอมพ์ขึ้นสวมแล้วเอานิ้วจิ้มไปมาในอากาศตรงหน้า
เขารู้ดีว่าเพื่อนกำลังพิมพ์รายงานอยู่
ที่จริงนี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่เขาไม่ใช้คอมพิวเตอร์ชนิดนี้
เขาคิดว่ามันดูตลกที่คนเราจะทำอิริยาบถอย่างนั้น เขาหันมาทำงานของตนเอง
หยิบคอมพิวเตอร์ขึ้นมาเปิด ด้วยเทคโนโลยีนาโนการสตาร์ตอัฟใช้เวลาเพียงแปดวินาที
(อีกไม่นามคงเปิดปุ๊บติดปั๊บเมื่อ เทคโนโลยีพิโค2 ออกมาแพร่หลาย เขาคิด) เขาทำรายงานของวันนั้นเสร็จในยี่สิบนาทีถัดมา
และหันมาจมอยู่กับความฝันนั้นอีกหลังจากส่งอีเมล์ไปให้หัวหน้าแล้ว
สิ่งที่ปรากฏฝันนั้นเขาไม่แน่ใจว่าเป็นสิ่งใหม่ที่เกิดบรรเจิดขึ้นโดยบังเอิญ
หรือเป็นเพียงจินตนาการของเขาเองที่ต่อเติมออกจากสิ่งที่เขาเคยใฝ่ฝันไว้เมื่อสมัยเรียนมัธยม
เขาปรารถนาที่จะไปเหยียบย่างบนดวงดาวดวงใหม่ ดวงที่มนุษย์ไม่เคยไปถึง
ดวงที่เขาจะไปสัมผัสมันเป็นคนแรก
กระนั้นก็ตามเขาสำเหนียกความจริงที่ว่าเขาเกิดและโตในปะเทศที่มีความเจริญทางวิทยาการอวกาศน้อยเหลือเกิน
และไม่เคยมีพรรคการเมืองใดประกาศพันธกิจในเรื่องนี้ เพราะการลงทุนในสิ่งนี้ช่างไกลเกินเอื้อมของประเทศที่มีรายได้ประชาชาติน้อยอย่างประเทศไทย
เว้นเสียแต่ว่าจะสามารถหาทางใช้พลังงานที่มีให้ใช้อย่างเหลือเฟือ และราคาถูก
นี่เองเป็นแรงบันดาลใจให้เขาศึกษาเรื่องเกี่ยวกับพลังงานจากแสงอาทิตย์
แต่เมื่อเขาเติบโตขึ้นต้องทำมาหาเลี้ยงชีพแข่งกับคนเกือบเก้าสิบล้านคน
ความฝันบรรเจิดยามเยาว์วัยก็เลือนหายไป
คงเหลือแต่การใช้ความรู้ที่เกิดจากแรงผลักดันของความฝันนั้นเพื่อการดำรงชีพ และหลอกตัวเองให้ภูมิใจอยู่ว่าสิ่งที่ทำอยู่นี้เป็นประโยชน์ต่อชาติ
และมนุษยชาติ
เขาเริ่มต้นเขียนสิ่งที่ปรากฏในความฝันลงในคอมพิวเตอร์
ภาพโครงร่างยานสำรวจอวกาศขนาดเล็กถูกวาดขึ้น
มันจะประกอบไปด้วยอุปกรณ์สำรวจนานาชนิดรวมไปถึงกล้องโทรทัศน์รอบตัวยานเพื่อเก็บภาพตลอดการเดินทาง
ระบบสื่อสารพลังงานสูงเพื่อส่งข้อมูลมายังโลก
ระบบควบคุมทิศทางอัตโนมัติเป็นสิ่งที่จำเป็นมากเพราะเมื่อมันเดินทางไกลออกไปการควบคุมจากสถานีภาคพื้นจะไม่มีทางเป็นไปได้แม้ว่าจะใช้เครื่องส่งพลังงานสูงเพียงใด
การเดินทางของมันจะไปไกลหลายปีแสงสัญญาณจากโลกต้องใช้เวลาเป็นปีกว่าจะไปถึงมันได้
สิ่งที่ว่ามาทั้งหมดล้วนเป็นสิ่งที่มีอยู่แล้วในโลกใบนี้ แค่ซื้อมันมา
หรือซื้อตัววิศวกรผู้เชี่ยวชาญมาก็ใช้ได้แล้ว
เพียงแต่มันจะต้องเป็นมีขนาดและน้ำหนักน้อยที่สุดเพื่อที่จะประหยัดพลังงาน
ประเด็นหลักของความฝันที่เขาจะเป็นผู้จุดประกายคือพลังงานที่ใช้ขับเคลื่อนต่างหาก
เขาทำการคำนวณประเมินน้ำหนักของยานอวกาศ (ทุกอย่างปรากฏชัดในความฝัน
และฝังอยู่ราวกับเขาได้ศึกษามันมามากว่าช่วงชีวิตของเขา ทำไมนะ..)
จากนั้นจึงเริ่มวางโครงร่างและการคำนวณจรวดขับดันและเดินทาง
ยานของเขาจะเดินทางได้ด้วยความเร็วเท่ากับแสง
เขาหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
แต่เมื่อตื่นมาเขาพบตัวเองฟุบอยู่กับโต๊ะทำงาน มันเป็นเวลาเกือบเที่ยงของวันอาทิตย์
พรณรู้สึกหิวและนึกได้ว่าเขาไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่บ่ายของวันพฤหัสนอกจากกาแฟและนมจากตู้อัตโนมัติในสำนักงาน
เขาคงจะรู้อีกทีว่าเขากินไปมากเท่าไหร่จากรายการหักเงินเดือนตามที่เครื่องบันทึกจีโนมของตู้เก็บข้อมูลไว้และส่งให้ฝ่ายบุคคลทุกเดือน
หลังจากที่ได้ล้างหน้าล้างตาแล้วเขาก็กลับมาที่โต๊ะเพื่อทำการบันทึกข้อมูล
โดยปกติเขาจะสำเนาไฟล์เก็บไว้ 4 ชุดเสมอ
สามชุดจะบันทึกในฮาร์ดดิสก์ความจุสูงทั้งสามตัวในเครื่องของเขาเอง
(เครื่องจะบันทึกเป็นแบ๊คอัพไฟล์ไม่ทับกันโดยอัตโนมัติทุกครึ่งชั่วโมงทั้งหมดจะถูกลบออกเมื่อมีการสั่งบันทึกไฟล์โดยผู้ใช้งานซึ่งมันจะเก็บเพียงงานล่าสุดไว้เท่านั้น)
อีกหนึ่งเก็บในศูนย์ข้อมูลกลางของสถาบัน
ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจได้ว่างานที่ได้ทำไปจะไม่สูญเปล่า
เขาไม่เคยมีความลับกับสถาบัน แต่สำหรับคราวนี้มันจะแตกต่างไป
พรณนำสายสีดำเส้นหนึ่งที่เก็บอยู่ในส่วนลึกที่สุดของกระเป๋าเนื่องจากไม่ได้ใช้งานเลยตลอดสิบปีที่มาทำงานที่นี่
ปลายข้างหนึ่งเสียบเข้ากันตัวเครื่อง อีกข้างหนึ่งมีลักษณะคล้ายไม้หนีบ
เขานำมันไปหนีบไว้ที่ติ่งหูข้างขวา เขาฝังเจ้าเพอซัลนัลซีเครทดิสก์นี้ไว้เมื่อสมัยเรียนมหาวิทยาลัยเพื่อสำรองไฟล์ไปทำงานบ้านเพื่อนแต่ไม่อยากหิ้วคอมพิวเตอร์ไปด้วย
แกนไม้หนีบจะอ่านจีโนมของเขาแล้วส่งไปให้ดิสก์ในใบหูเพื่อเป็นรหัสผ่าน
เจ้าดิสก์ตัวนี้ถูกกำหนดให้รับเฉพาะการทำงานของเขาเองเท่านั้น มันใช้เวลาเพียง 3 วินาทีในการบันทึกข้อมูลที่เขาเขียนมาสามวันเข้าไปเก็บในดิสก์ทั้งสี่ จากนั้นเขาจึงส่งอีเมล์ลาพักร้อนไปถึงเจ้านาย
พรุ่งนี้เขามีเรื่องสำคัญต้องทำ............
เช้าวันจันทร์พรณบึ่งรถตรงไปหาประสพเพื่อนรุ่นพี่ที่เป็นนักเคมีตัวเอ้ของสภาวิจัยแห่งชาติ
เขาอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับโครงการยานอวกาศของเขา
“เฮ้
ไปไงมาไงถึงโผล่มาหาไม่รู้เนื้อรู้ตัวหาเจ้าพรณ
มีเรื่องสำคัญรึไงถึงได้มาแต่เช้าเลย” ดร.ประสพทักทายอย่างเป็นกันเอง
“ผมตั้งใจจะมาขอความรู้หน่อยครับพี่
ว่าแต่ดูพี่ออกจะสดชื่นและตื่นเต้นเอามากๆ สงสัยจะค้นพบอะไรใหม่ๆ
และคงต้องสำคัญมากแน่เลยครับ”
“เรื่องใหญ่น้อง เรื่องใหญ่
นี่ถึงขนาดที่พี่จะมีชื่อบันทึกในประวัติวงการวิทยาศาสตร์เชียวแหละ คือเมื่อเจ็ดปีก่อนตอนที่เขากำลังสร้างสนามบินแนวดิ่งนานาชาติ
ลูกน้องพี่มันไปพบสารประหลาดตัวหนึ่ง พี่ตรวจสอบยังไงก็ไม่รู้ว่ามันเป็นอะไรอยู่สี่ปีกว่าที่จะสรุปว่าเป็นธาตุชนิดใหม่”
“อ้าว ก็พี่รู้มาตั้งนานแล้วทำไมไม่เห็นประกาศล่ะครับ
นี่จะทำให้พี่ได้เลื่อนเป็นผู้อำนวยการเชียวนะครับ
ประเทศเราชอบเสียด้วยที่จะแต่งตั้งคนเก่งๆในการทำงานให้ไปนั่งตำแหน่งบริหาร
โดยทิ้งความรู้ความสามารถที่มีค่าที่สุดของเขาไปเสีย
แล้วหันไปเป็นผู้บริหารฝึกหัดแทน”
ประสพหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
เขาเห็นด้วยกับพรณอย่างมากในเรื่องนี้
แต่เขาไม่มีแก่ใจจะเสวนาเรื่องปรัชญาชีวิตในขณะนี้ “ปัญหามันอยู่ที่ว่า
มันเป็นรูปแบบที่ไม่น่าจะมีปรากฏอยู่ในโลกเลย
จึงไม่มีความรู้เดิมใดๆที่จะใช้ทดสอบมัน
พี่มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องหาทางทดสอบคุณสมบัติของมันให้มากที่สุดก่อนการประกาศการค้นพบ
ไม่อย่างนั้นก็จะโดนถล่มทิ้งคาเวที”
“แต่เห็นพี่ทำหน้าดีอกดีใจอย่างนี้
แสดงว่าเจออะไรดีดีเข้าแล้วสิครับ” พรณถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นตามนิสัย
เรื่องนี้กลับทำให้เขาลืมวัตถุประสงค์ในการมาของเขาไปชั่วขณะ
“จริงเลยน้อง พี่ยังไม่ได้บอกใครเลย.....”
ประสพเล่าถึงการค้นพบครั้งสำคัญของเขาให้พรณฟังอย่างละเอียด
ทั้งคู่สนิทและไว้ใจกันมาก
มิฉนั้นคงจะไม่กล้าเล่าส่วนที่ลึกที่สุดในการค้นพบให้ฟังเพราะต้องกลัวความลับจะรั่วไปก่อนเวลาอันควร
............. วันนั้นพรณกลับบ้านเอาเกือบค่ำ
เขาแยกทางจากประสพภายหลังจากที่ได้ไปพบผู้ใหญ่ในวงการวิทยาศาสตร์ไทยท่านหนึ่งเพื่อเล่าแผนงานยิ่งใหญ่ของเขาทั้งสองคนให้ฟังเพื่อขอคำแนะนำและการสนับสนุน
สิ่งที่ประสพค้นพบเหมาะเจาะเหลือเกินกับยานอวกาศของเขา
มันเหมาสมกันทั้งทางคุณสมบัติและเวลาที่เกิดการค้นพบ พรณพร่ำแต่คำว่า “ลงตัว..... ลงตัว”
แทบตลอดทางที่ขับรถกลับบ้าน
“ข้าพเจ้ามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสมาเป็นผู้นำแถลงการค้นพบของคนไทยในครั้งนี้
ผมคงไม่ควรกล่าวอะไรในรายละเอียดนัก เพราะน่าจะเป็นสิทธ์ของตัวผู้ค้นพบเอง
ผมเพียงต้องการพูดกับเพื่อนชาวไทยว่า ตราบเท่าที่เรายังคิดว่าเราทำได้
เราก็จะมีโอกาสที่จะทำได้ หากเราคิดว่าทำไม่ได้ เราก็จะทำไม่ได้
เพราะว่าเราจะไม่ทำ เพื่อนของเราผู้นี้ได้พิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นที่จะค้นคว้ามาตลอดครึ่งชีวิต
และบัดนี้เขาทำได้แล้ว” ผู้อำนวยการสภาวิจัยแห่งชาติ
ขึ้นกล่าวนำในการแถลงข่าวการค้นพบธาตุใหม่อย่างเป็นทางการที่ท้องสนามหลวง
ซึ่งมีการถ่ายภาพของเวทีแถลงข่าวที่ตั้งอยู่ปลายด้านวัดพระแก้วและฉายขึ้นบนจอชางคุงคริสตัล(คิดค้นโดยนักวิทยาศาสตร์ชาวจีนและเกาหลี
ในห้องวิจัยของประเทศจีนเมื่อปี 2588) ขนาด 1,200 นิ้ว
ที่ตั้งอยู่อีกฟากหนึ่ง
จอนี้ถูกติดตั้งอย่าถาวรมาเป็นเวลาสี่ปีแล้วเพื่อใช้ในการถ่ายทอดงานราชพิธี
และการแถลงข่าวสำคัญของราชการ
ท่านผู้อำนวยการเกริ่นนำอีกเล็กน้อย จากนั้นจึงเชิญประสพขึ้นแถลงรายละเอียดการค้นพบธาตุนี้
เขาได้สงวนข้อมูลเกี่ยวคุณสมบัติสำคัญของมันซึ่งเป็นประโยชน์ต่อโครงการยานอวกาศเอาไว้ตามที่ได้ตกลงกับพรณและผู้ใหญ่ท่านนั้น
แน่นอนประสพได้รับเกียรติให้ตั้งชื่อธาตุตัวใหม่นี้
และเขาให้ชื่อมันว่า สยามประสพ
วิศวกรหนุ่มถูกปลุกขึ้นด้วยเสียงเรียกจากประตูเสวนาอัตโนมัติหน้าบ้าน
“มีแขกมาหาครับ คุณพรณ” เขาสบัดหน้าไปมาสองสามทีในขณะที่ยังนั่งอยู่บนโซฟาตัวที่เขางีบหลับไปตั้งแต่ตอนเย็น
“ดีเอ็นเอที่ปรากฏ เป็นของ
ผู้อำนวยการองค์การมหาชนเพื่อพัฒนาวิทยาศาสตร์ไทยครับ”
“ท่านประธาน POSDIT3” พรณอุทานพร้อมกับลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว
ถลันไปเปิดประตูทั้งๆที่หน้าตาและเสื้อผ้ายับยู่ยี่ ดีที่ประธานท่านนี้เป็นคนที่ไม่ค่อยสนใจในเรื่องพิธีการ
เขามักทำตัวเรียบง่ายแต่ผลงานที่ผ่านมาไม่ธรรมดาเลย
ในหมู่เพื่อนฝูงจะได้ยินท่านพูดอยู่เสมอว่า “คนเราน่ะ
ถ้าแน่จริงก็ไม่ต้องเต๊ะจุ๊ยหรอก”
“ขอโทษทีนะที่มาหาโดยไม่โทรมาบอก
ผมเกรงว่าคุณจะพยายามไปหาผม แทนที่ผมจะมานี่ เท่าที่ทราบ พักหลังๆ
นี้คุณหักโหมมากจนไม่ค่อยได้พักผ่อน”
ท่านประธานเริ่มเรื่องด้วยการทักทายอย่างเป็นกันเอง
“ครับ ผมกำลังเขียนโครงการในเชิงลึกอยู่” วิศวกรหนุ่มตอบ “ว่าแต่ว่าที่ท่านมานี่คงเกี่ยวกับโครงการที่ผมและประสพนำเสนอไว้ใช่ไหมครับ
......ผมหวังว่าคงเป็นข่าวดี”
“เอาไว้ค่อยพูดตอนที่ประสพมาถึงทีเดียวก็แล้วกัน
ว่าแต่ว่ามีอะไร เหลวๆ เย็นๆ หวานๆ มาดื่มกันหน่อยไหม” ท่านกล่าว
พรณเองก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมหาน้ำหาท่ามาต้อนรับแขก
แต่ในขณะที่จะเดินไปที่ตู้เย็นก็พอดีประตูแจ้งว่าประสพมาถึงแล้ว
เขาไปเปิดประตูแล้วทักทายเล็กน้อย
และใช้เวลาที่แขกทั้งสองทักทายกันไปหยิบน้ำส้มสดคั้นกับแก้วสามใบมาที่โต๊ะรับแขกแล้วรินแจก
“น้ำส้ม! เยี่ยมเลย
สมัยนี้มักมีแต่คนรับแขกด้วยแอลกอฮอล์ สงสัยเป็นเพราะว่าราคาถูก และหาง่าย” เขาจิบน้ำส้มก่อนจะพูดต่อ
“เอาล่ะมาเริ่มเรื่องกัน ผมเพิ่งออกจากบ้านท่านนายกรัฐมนตรีตอนที่โทรบอกให้ประสพมาพบกันที่นี่
ท่านนายกฯสนใจมากและพร้อมที่จะอนุมัติงบลับให้เราทำงาน แต่ท่านมีคำถามสองข้อ”
“ข้อแรกท่านถามว่าเราจะสร้างฐานปล่อยจรวดอย่างไรไม่ให้มหาอำนาจดาวเทียมผิดสังเกต
เรื่องนี้ผมมีวิธีและได้บอกท่านไปแล้ว แต่ขออุบกับพวกคุณก่อนจนกว่าคำตอบข้อสองจะได้รับการยอมรับ” เขาเว้นระยะนิดหนึ่ง
“ข้อสองซึ่งพวกคุณต้องเป็นคนตอบก็คือ
คุณแน่ใจได้อย่างไรว่าเราจะมีเชื้อเพลิงมากพอสำหรับการเดินทาง” ท่านประธานจ้องมาที่ทั้งสองและรอคำตอบ
พรณมีท่าทีวิตกแต่ประสพกลับตอบออกมาด้วยสีหน้าที่แช่มชื่นว่า
“ทีแรกผมเองก็ห่วงเรื่องนี้เหมือนกันครับ
แม้ว่าตามแบบร่างและการศึกษาขั้นต้นของพรณจะชี้ให้เห็นว่าด้วยเทคโนโลยีล่าสุดที่เราจะซื้อหาได้
ยานของเขาจะมีน้ำหนักเพียงเจ็ดร้อยกิโลกรัม เบากว่ารถยนต์เสียอีก
ซึ่งหมายความว่าเราต้องการเจ้าสารที่ว่าสำหรับการส่งและการหยุดยานราวสองพันกิโลกรัม
ซึ่งก็มีขนาดแค่ถังขยะใบใหญ่สามใบเท่านั้น
ผมจึงส่งคนของผมไปสำรวจที่สนามบินอย่างละเอียดและพบว่ามีสารดังกล่าวมากพอสำหรับการเดินทางถึงสองเที่ยว
สิ่งที่เราต้องทำก็คือ ปิดการใช้งานของลานเครื่องบินที่หนึ่งแล้วขุดลงไปเอามันมา
มันอยู่อย่างหนาแน่นลึกลงไปแค่สามเมตรเท่านั้น โชคดีจริงๆ
ถ้าเราต้องการระดับลานเครื่องบินต่ำลงไปอีกนิดเดียว
สารพวกนี้คงถูกขนไปทิ้งในหลายๆที่เสียแล้ว”
ท่านประธานยิ้มแล้วลุกขึ้นพร้อมกล่าวว่า “เป็นข่าวดีจริงๆ ....เอาล่ะผมจะกลับบ้านไปนอนหลับฝันดีสักหน่อย
แล้วถ้าวันไหนผมตามพวกคุณไปกินข้าวเย็นที่ทำเนียบล่ะก็
อย่าลืมเตรียมน้ำส้มไปด้วยสักลังนะ อ้อ! น่าจะเอารุ่นที่อัดแก๊สไปด้วย
จะได้เอาไว้เปิดฉลองกันแทนแชมเปญของพวกฝรั่ง”
“อ้อ! คำถามสุดท้ายเป็นของผมเอง ถ้าได้ทำโครงการนี้ ยานของคุณจะไปที่ไหน”
พรณตอบโดยไม่ลังเลเลย
เพราะใครก็ตามถ้าสามารถประดิษฐ์ยานความเร็วสูงขนาดนี้ได้ย่อมต้องไปจักรวาลที่ใกล้ที่สุด “อัลฟ่า เซนจูรี ครับ”
วันที่18 ตุลาคม พ.ศ.2603 เป็นวันที่คนไทยที่สนใจด้านการบินอวกาศส่วนใหญ่คิดว่าจะเป็นวันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบอย่างน้อยสิบปีสำหรับวงการอวกาศไทย
ดาวเทียมสื่อสารที่ประดิษฐ์โดยคนไทยล้วนๆ ลำแรกจะถูกส่งขึ้นวงโคจร
ที่เลือกวันนี้ก็เพื่อเป็นการเทอดพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระมหากษัตริย์นักวิทยาศาสตร์ไทยผู้ทรงสนพระทัยเป็นอย่างยิ่งในวิทยาการอวกาศ
ดาวเทียมจะถูกปล่อยออกจากเครื่องบินแนวดิ่งที่ได้รับการดัดแปลงโดยวิศวกรไทยเพื่อการนี้โดยเฉพาะ
เครื่องบินจะพุ่งขึ้นไปหกชั่วโมงเหมือนเที่ยวบินปกติ
เพียงแต่จะใช้ความเร็วมากขึ้นเพื่อให้ได้ความสูงมากพอ เมื่อถึงจุดสูงสุดดาวเทียมจะถูกปล่อยออกให้วิ่งเข้าสู่วงโคจรด้วยพลังงานของมันเอง
ส่วนตัวเครื่องบินจะลดระดับลงด้วยแรงดึงดูดของโลกก่อนที่จะชลอลงด้วยพลังงานไอพ่นและลงจอดที่สนามบินในประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งจะมาอยู่ในตำแหน่งเดียวกับที่เครื่องบินพุ่งขึ้นไปตามระยะเวลาของการหมุนรอบตัวเองของโลก
ก่อนจะบินกลับมายังประเทศไทยด้วยความเร็วต่ำตามปกติซึ่งใช้เวลาเดินทางสิบสองชั่วโมงเท่ากัน
(ประเทศไทยโชคดีที่อยู่ตรงข้ามกันพอดีกับอเมริกา
ซึ่งระยะเวลาสิบสองชั่วโมงนี้เป็นจุดคุ้มทุนสูงสุดของการเดินทางในแนวดิ่ง ในปี 2603
นี้
ทั้งโลกมีการเดินทางในแนวดิ่งอยู่เพียงสายเดียวเท่านั้น)
เครื่องบินลำนี้จะไม่ถูกใช้งานอีก
ทางกลุ่มผู้ร่วมทุนในดาวเทียม(ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติเอเชียล้วนๆ)
ได้พร้อมกันลงทุนสร้างพิพิทธภัณฑ์อวกาศวิทยาเอเชียขึ้นในประเทศไทย โดยใช้เครื่องบินลำนี้เป็นสัญลักษณ์
ภายในสถานีควบคุมดาวเทียมในยี่สิสองชั่วโมงถัดมาได้มีการทดสอบความพร้อมในการทำงานของดาวเทียมซึ่งเข้าสู่สมดุลย์ในวงโคจรที่จองไว้ตั้งแต่เริ่มโครงการเมื่อปี
2568 เจ้าหน้าที่สื่อสารรายงานว่า มีช่องสัญญาณที่สิบหกจากจำนวนทั้งหมดเจ็ดสิบสองช่องไม่ทำงาน
ซึ่งทางคณะกรรมการของกลุ่มผู้ถือหุ้นเห็นว่าไม่เป็นปัญหา
เนื่องจากดาวเทียมดวงนี้สร้างขึ้นเพื่อรองรับการทำงานสูงสุดเพียง 68 ช่อง
นอกเหนือจากนั้นเป็นช่องสำรอง
”สมใจไทย” ดาวเทียมสื่อสารฝีมือคนไทยล้วนทำงานของมันอยู่บนวงโคจรเป็นอย่างดีมาเป็นเวลาสิบห้าวันแล้ว
แต่ขณะนี้ความเปลี่ยนแปลงบางอย่างกำลังเกิดขึ้นอย่างเงียบเชียบบนนั้น
ส่วนที่เป็นช่องสัญญาณที่สิบหกถูกดีดออกออกมา
แล้วช่องสัญญาณอื่นก็มีการเคลื่อนตัวเข้าทดแทนช่องว่าง และมีไอพลังงานพ่นออกจากตัวยานจนมันกลับเข้าสมดุลย์อีกครั้ง
ส่วนครอบของช่องสัญญาณที่สิบหกถูกดีดออกในระหว่างที่มันกำลังลอยห่างออกจากโลกไปเรื่อยๆ
เผยให้เห็นสิ่งที่บรรจุอยู่ภายใน มันมีรูปร่างเรียบง่ายรูปทรงกระบอกต่อกันสามส่วน
ปลายสองด้านมีลักษณะเหมือนส่วนท้ายของจรวดขับดันโดยที่ปลายด้านหนึ่งมีขนาดราวสองเท่าของอีกข้าง
ท่อนกลางเป็นยานสำรวจอวกาศมีกล้องโทรทัศน์จิ๋วพลังงานสูงอยู่โดยรอบสามารถจับภาพจากรอบตัวรวมทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
ยานอวกาศนี้ถูกสร้างขึ้นในห้องปฏิบัติการลับซึ่งอยู่ใต้ดินลึกไปในตำแหน่งเดียวกับโรงผลิตดาวเทียมสมใจไทยตามแผนของท่านประธาน
อ.พ.ว.ท. โดยมีลิฟต์ขนาดใหญ่หนึ่งตัวและลิฟต์โดยสารอีกสองตัวเชื่อมต่อถึงกันทั้งนี้เพื่อไม่ให้ผิดสังเกตุในการนำวัตถุดิบเข้ามา
และสะดวกในการนำยานมาประกอบเข้าสู่ตัวดาวเทียม
เมื่อชุดยานอวกาศลอยห่างไปจนพ้นวงโคจรของดาวเทียมทั้งหมดแล้ว
มันก็เริ่มที่จะทำงาน ช่องเล็กๆสามช่องบริเวณด้านซ้ายของปลายด้านเล็กเปิดออกปล่อยให้น้ำที่เก็บไว้เป็นจำนวนมากใต้ผนังชั้นนอกของยานพุ่งออกมาตามความแตกต่างของแรงดันของมันกับอวกาศ(ซึ่งเป็นศูนย์)
ทำให้เกิดแรงผลัก ยานเริ่มเหวี่ยงตัวรอบจุดศูนย์ถ่วงของมัน ส่วนน้ำที่พุ่งออกมาก็กลายเป็นน้ำแข็งโดยฉับพลันและล่องลอยในอวกาศไปตามยถากรรม
สักครู่ไอน้ำทั้งสามก็หยุดลง
และเกิดไอน้ำในทิศทางตรงข้ามเพื่อหยุดการเหวี่ยงตัวของยานจนมันหยุดนิ่งอยู่ในตำแหน่งที่ส่วนปลายด้านที่เล็กกว่าของยานชี้ตรงไปยังอัลฟาเซ็นจูรี
#############################
พรณ ประสพ และท่านประธาน อ.พ.ว.ท.
กำลังใจจดใจจ่ออยู่กับจอภาพขนาดใหญ่ที่ห้องปฏิบัติการลับพร้อมกับท่านนายกรัฐมนตรีและประธานบริษัทผู้ร่วมทุนในการสร้างดาวเทียมทุกแห่ง
รอบๆจอใหญ่ยังมีจอขนาดเล็กจำนวน 16 จออยู่โดยรอบ ทั้ง 16
จอกำลังแสดงภาพที่ส่งมาจากกล้องที่ติดตั้งอยู่รอบตัวยานอวกาศทั้ง 16 ชุด
จอใหญ่ตรงกลางเป็นภาพของตัวยานอวกาศเองที่ถูกถ่ายโดยดาวเทียมสมใจไทยส่งผ่านช่องสัญญาณสำรองด้วยความถี่แฝงรหัสพิเศษที่แม้แต่สถานีควบคุมดาวเทียมเองก็ถอดรหัสไม่ได้
กล้องนี้จะจับภาพยานอวกาศได้อีกเพียง 17 นาที
ก่อนที่ดาวเทียมจะเคลื่อนที่ตามการหมุนของโลกจนเลยมุมที่จะจับภาพได้
อีกเพียงเก้านาทียานอวกาศก็จะออกเดินทาง และเมื่อมันเดินทางก็จะไม่มีกล้องใดของโลกจะจับภาพมันได้อีก
เพราะตามทฤษฎีของไอน์สไตน์ วัตถุที่มีความเร็วเท่ากับแสง จะมีความยาวเท่ากับศูนย์
หรือในอีกแง่หนึ่งเราจะเห็นภาพของสิ่งใดก็ด้วยแสงที่ตกกระทบมันสะท้อนมาสู่ตา
แล้วถ้ามันวิ่งเร็วเท่าแสงก็ย่อมไม่มีแสงที่วิ่งกระทบมันแล้วสะท้อนกลับมาได้
เว้นเสียแต่ว่าเราอยู่ในทิศที่ตั้งฉากกับแนวการเคลื่อนที่ของมันและเคลื่อนที่ทันกัน
เป็นความใจกว้างและมีเหตุมีผลอย่างยิ่งของเหล่าผู้หลักผู้ใหญ่
ที่ได้ตกลงให้ พรณและประสพเป็นผู้กดปุ่มปล่อยยานพร้อมกัน
(หรือบางทีอาจมีผู้หลักผู้ใหญ่มากเกินไปจนไม่สามารถตกลงกันเองได้ว่าใครใหญ่กว่าใคร)
อันที่จริงแล้วการกดปุ่มพร้อมกันนี้เป็นเพียงการกระทำในเชิงสัญญลักษณ์เท่านั้นเพราะยานจะรับเพียงสัญญาณเดียวที่เปิดไฟเขียวให้มันเดินทางเมื่อปุ่มทั้งสองถูกกดแล้ว
จากนั้นระบบอัตโนมัติในตัวยานเองจะจ่ายไฟฟ้าและยิงคลื่นเสียงเข้าใส่สารเชื้อเพลิงตามจังหวะอย่างแม่นยำตามคุณสมบัติของสาร”สยามประสพ”
“สิบหก(เลขมงคลโสฬส ตามความเชื่อของคนไทย).......
ห้า สี่ สาม สอง หนึ่ง เดินเครื่อง”
พรณและประสพกดปุ่มพร้อมกันด้วยมือที่เกร็งกว่าปกติ
ใบหน้าชุ่มไปด้วยเหงื่อ ตาจ้องเขม็งไปที่จอใหญ่เช่นเดียวกันทุกๆคนในที่นั้น
รวมทั้งท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งยกแก้วกาแฟดอยคำค้างอยู่ที่ระดับอก
ส่วนปลายด้านใหญ่ของจรวดมีฝุ่นสีขาวปล่อยออกมาบางเบาเป็นสายอยู่ราวสามวินาที
ทันใดนั้นก็เกิดแสงวาบขึ้น แสงนั้นดูเป็นก้อนเหมือนกระสุนเลเซอร์ในภาพยนตร์เรื่องสตาร์วอร์
ที่จริงฝุ่นที่ถูกปล่อยออกมาก่อนนั้นเป็นเพียงเทคนิคมี่ทำให้พอจะมองเห็นก้อนแสงนี้ได้บ้าง
(และอันที่จริงทุกคนได้เห็นก้อนแสงนั้นจากการนำเทปบันทึกภาพมาถ่ยทอดใหม่เป็นภาพช้าด้วยอัตราต่ำที่สุดในภายหลัง)
มิฉนั้นแล้วจะไม่มีใครเห็นมันเลยเนื่องจากเมื่อสารสยามประสพได้รับการกระตุ้นด้วยไฟฟ้าและคลื่นเสียงในขนาดและเวลาที่พอเหมาะมันจะเกิดการสลายตัวครั้งเดียวทั้งก้อน
กลายเป็นพลังงานแสงที่มีทิศทางและโพลาไรเซชั่นแนวเดียวเหมือนแสงเลเซอร์แสงดังกล่าวจะมีพลังงานสูงมากตามสมการของไอน์สไตน์
E = mc2
พรณได้อธิบายแนวคิดแห่งการขับเคลื่อนยานของเขาไว้ว่า
“ตามกฏของนิวตันหากว่าเราพ่นสารที่มีมวลเท่ากับตัวยานออกไป
ยานจะเคลื่อนที่ไปในทิศทางตรงข้ามด้วยความเร็วที่เท่ากัน
ดังนั้นหากเราสามารถพ่นมวลสารดังว่าออกไปด้วยความเร็วเท่ากับแสง
ยานก็จะเคลื่อนที่ไปด้วยความเร็วเท่ากับแสง
แต่อะไรเล่าที่จะถูกพ่นออกไปด้วยความเร็วแสงถ้าไม่ใช่แสง”
“ และอย่างที่รู้กันเราสามารถอธิบายแสงได้ในสองลักษณะคือเป็นคลื่นและเป็นโฟตอน
และถ้าเราเห็นมันเป็นโฟตอนมันก็จะมีมวลเท่ากับที่จะคำนวณย้อนกลับได้ด้วยสมการของไอน์ไสตน์”
“ยานลำนี้ถูกออกแบบให้มีสารสยามประสพจำนวนเกือบเท่ากับมวลของตัวยานสำรวจติดอยู่ในส่วนปลายด้านเล็ก
ซึ่งมันจะถูกใช้ในการหยุดยานเมื่อเดินทางใกล้จุดหมาย ส่วนปลายด้านใหญ่มีสารสยามประสพอยู่ในจำนวนเท่ากับส่วนที่เหลือรวมกัน
ดังนั้นเมื่อมันเกิดการสลายตัวครั้งเดียวกลายเป็นแสงก้อนหนึ่งพุ่งออกจากยานมันจึงสามารถผลักยานให้เคลื่อนที่ไปยังจุดหมายได้ด้วยความเร็วเท่ากับแสง”
ยานหายวับไปจากจอใหญ่พร้อมๆกับที่เกิดแสงวาบนั้น
ช่างเทคนิคจึงได้เปลี่ยนเป็นภาพจากกล้องของยานอวกาศ ภาพที่ปรากฏเป็นอวกาศเวิ้งว้างมีอัลฟ่าเซนจูรีอยู่ในระยะไกลลิบๆ
ดาวศุกร์ผ่านไปทางมุมด้านซ้ายบนในเวลาไม่กี่วินาที
ภาพจากจอทั้งหมดแสดงให้เห็นดวงดาวไกลลิบๆจากมุมมองของกล้องรอบตัวยาน
เสียง “ป๊อบ” ดังขึ้นข้างหลังของกลุ่มคนที่ยืนมองดูจอภาพอยู่
ทุกคนต่างตกใจและหันกลับมา
ท่านประธาน อ.พ.ว.ท. ถือขวดน้ำส้มสดอัดลมยืนยิ้มอยู่ตรงนั้น
ท่านยกขวดเทน้ำส้มลงในแก้วที่เรียงรายอยู่ในถาดที่เตรียมไว้พร้อมพูดขึ้นด้วยเสียงที่หนักแน่นว่า
“ไชโย” พรณเดินไปรับแก้วมาใบหนึ่ง
นี่เป็นการฉลองครั้งแรกของเขานับแต่การฉลองในมื้ออาหารเย็นกับท่านนายกฯที่บ้านมนังคศิลาเกือบสามปีก่อน
อีกราวสี่ปีข้างหน้า
จรวดส่วนที่นำหน้ายานอยู่ก็จะเริ่มทำงานเพื่อลดความเร็วของยานลงจนอยู่ในระดับที่เหมาะสมในการโคจรรอบดาวเคราะห์ดวงใหญ่ของอัลฟ่าเซนจูเรียน
พลังงานจากน้ำที่ถูกเก็บไว้รอบผนังยานจะถูกใช้เพื่อปรับสมดุลย์ของวงโคจร
และหลังจากที่เก็บข้อมูลจากวงโคจรได้สองปีมันจะปรับตัวให้ลดระดับลงเพื่อสำรวจภาคพื้นดิน
พร้อมกับปักธงชาติไทยลงบนพื้นดาว ซึ่งอาจเป็นธงเดียวบนพิภพนั้นไปอีกหลายสิบปี
ณ.แผ่นผิวมหาสมุทรใกล้กับขั้วโลกใต้
ในบริเวณที่ร้างการสำรวจที่สุดของโลก
ยานอวกาศลำหนึ่งลอยตัวขึ้นจากผิวน้ำและละลิ่วสู่แผ่นฟ้าเบื้องบนอย่างรวดเร็วแต่เงียบเชียบราวกับไม่มีแรงดึงดูดของโลกมาครอบงำ
และเมื่อมันอยู่ห่างจากโลกเป็นระยะทางครึ่งหนึ่งจากระยะของดวงจันทร์
ยานอวกาศก็พุ่งออกไปด้วยการเดินทางในไฮเปอร์เสปซ มุ่งสู่ดาวอิคาเรียที่อยู่ห่างจากโลกไปเพียง
2 เท่าของระยะทางจากโลกไปยังอัลฟ่า
เซนจูรี แต่มนุษย์ก็ไม่เคยสังเกตเห็นมันเพราะถูกบดบังจากหมอกอวกาศทางขั้วโลกใต้
ภายในยาน
กัปตันของมันปราศัยกับทีมงานนักบินว่า
“ได้เวลากลับบ้านกันเสียที
ภารกิจที่ได้รับมอบหมายมาให้กระตุ้นความสนใจของมนุษย์ในเรื่องของฟิสิกส์และอวกาศ
เพื่อให้หันเหออกจากการค้นคว้าด้านพันธุวิศวกรรมก็ได้สำเร็จลงด้วยดี
แม้ว่ามันจะล่าช้าจนเราต้องตัดสินใจที่จะใช้การฝังชิพสื่อสารลงไปในสมองของมนุษย์คนหนึ่งเพื่อถ่ายทอดวิทยาการลงไป”
“เราหวังว่ามนุษย์แห่งภิภพนี้คงจะได้ชลอการพัฒนาวิทยาการที่เป็นการรุกล้ำโดยตรงต่อเงื่อนไขลับที่สุดของท่านผู้สร้าง
ออกไปไม่น้อยกว่าสองร้อยปี ถึงตอนนั้นเราก็ค่อยมาหาทางจัดการกันอีกที”
1 ข้อมูลจาก As the Future Catches You ของ Juan Enriquez
2 พิโค(10-12) เป็นหน่วยวัดที่มีขนาดเพียง 1 ใน 1000 ของนาโน(10-9)
3 ผู้เขียนสมมุติขึ้นจากคำเต็มว่า Public Organization for Scientific Development In Thailand (POSDIT)
หรือ องค์การมหาชนเพื่อพัฒนาวิทยาศาสตร์ไทย
(อ.พ.ว.ท.)