Friday, July 19, 2019

Extremeเกินไป ไม่เหมาะกับบ้านเรา

ในกลุ่มไลน์เพื่อนนายช่าง มีเพื่อนคนนึงมาเล่าสู่กันฟังว่า ตั้งแต่ 30 ปีก่อนเรื่อยมาเวลาคุยกับคนรอบข้างถึงวิถีการพัฒนาในรูปแบบต่างของชาติอื่น นับแต่เยอรมัน สิงค์โปร์ มาเลเซีย ก็มักมีคนรอบข้างพูดแต่ว่า "ความคิดที่ Extremeเกินไป ไม่เหมาะกับบ้านเรา" นัยยะที่เพื่อนพยายามจะสื่อก็คือ ประเทศเหล่านั้นไม่นานต่อมาก็พัฒนาจนแซงเราไปไกล เพื่อนบอกว่าเมื่อไม่กี่ปีก่อนนี้ได้พูดถึงความเอาจริงเอาจังของเวียดนาม คนรอบข้างก็ยังให้ความเห็นในลักษณะเดียวกัน.. "Extremeเกินไป ไม่เหมาะกับบ้านเรา" นี่เวียดนามก็ทำท่าตามทันและจะแซงเราได้อยู่ ... ล่าสุดก็พูดถึงคนงานพม่าว่าขยันและพูดได้หลายภาษา แล้วก็เปรยว่า รอดูอยู่ว่าคนรอบข้างจะว่าอย่างไร


ประโยค "Extremeเกินไป ไม่เหมาะกับบ้านเรา" ทำร้ายการพัฒนาของเรามาตลอดหรือไม่ ผมมาคิดตามคิดทวนอยู่หลายตลบ เห็นพ้องเห็นต่างในหลายๆมุมมอง ผมเองนั้นเข้าใจว่าคนไทยนี่น่ะ นับแต่ยุคสยาม อโยธยา ทวาราวดี ศรีสุโขทัย ก็ขี้มักจะเป็นแบบ'สุขนิยม'นะ แล้วมีความตื่นตัวเป็นวูบๆ... ไทยนี้รักสงบ แต่ถ้ารบไม่ขลาด... ดังนั้นผมเองก็เชื่อว่าสิ่งที่มัน Extreme จะไม่สามารถดำรงยั่งยืนอยู่ในวิถีประชาของเผ่าพันธุ์เรานี้ได้

ดังที่สุภาษิตจีนที่ว่า จงตัดเกือกให้พอตีน อย่าได้ตัดตีนให้เข้ากับเกือก ผมเองเชื่อว่า ผู้ที่ดูแลชาติบ้านเมืองไทยที่ผ่านมาตั้งแต่ในอดีต ได้ใช้บริบทนี้นำพาชาติมาถึงตรงนี้ มีการบริหารด้วยกระแสเพื่อยกระดับทีละสิ่งทีละด้านแบบก้าวกระโดด ไม่ใช่แบบพัฒนาต่อเนื่องยั่งยืน ก็คนแถวนี้มันเป็นอย่างนี้นี่นา... ถ้าจะว่าไปแล้วไอ้รูปแบบที่มีการอ้างๆกันมาว่าที่โน่นที่นี่เขาทำจนได้ดีกว่าเราน่ะ แต่ละประเทศมันก็ทำไม่เหมือนกัน มันก็คงตัดเกือกให้เข้ากับตีนมันเหมือนกัน

แล้วอย่างที่เราเป็นเนี่ยมันดีไหมล่ะ! ขอตอบว่า... ไม่รู้ครับ แต่ผมเองเกิดที่นี่ โตที่นี่ เรียนที่นี่ ทำงานที่นี่ ไม่เคยไปใช้ชีวิตยาวๆในประเทศที่เขาว่าเจริญ บอกตรงๆว่าผมไม่ได้รู้สึกทุกข์หนักหนาอะไรในการใช้ชีวิตในประเทศนี้ ในทางกลับกันเวลาเดินทางไปเยือนหลายประเทศที่คนบอกว่าอิจฉาเขา ผมเห็นว่าชีวิตพวกเขาร้อนรนกดดัน ไม่น่าจะสุขใจกันสักเท่าไร

ผ่านมาจนถึงวันนี้ปูนนี้ ก็คงยืนยันกับตัวเองว่า ผมก็คงจะแก่ที่นี่ และตายที่นี่อย่างสงบใจ... ไม่ Extreme


... นายช่างคิด... by ธงศพัช