เห็นข่าวการขึ้นค่า Ft ช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปีนี้เป็น 93.43 สตางค์ต่อหน่วย ทั้งที่เพิ่งปรับขึ้นมาจาก 1.39 สตางค์ในช่วง ม.ค.-เม.ย. ต้นปีนี้เอง มาเป็น 24.77 สตางค์ สำหรับเดือน พ.ค.-ส.ค. ทั้งๆ ที่รู้อยู่ว่าเจ้า Ft นี่เขาจะคำนวณใหม่ทุกๆ สี่เดือน และมันก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตลอด แต่คราวนี้ก็อดจะรู้สึกสะดุ้งใจจนสะเทือนกระเป๋าไม่ได้ ก็ด้วยความฝืดเคืองในช่วงกว่า 2 ปี ที่ผ่านมานี่มันหนักหนายาวนานเหลือเกิน เราจึงอดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามขึ้นมาว่า… ค่า Ft จะขึ้นไปถึงไหน แล้วเมื่อไหร่จะลง
เราจึงเริ่มไปหาข้อมูลทำความรู้จักกับ “ค่า Ft” ได้ความมาว่า ”ค่าไฟฟ้าผันแปร” หรือว่า ”การปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ” ที่ราได้ยินกันคุ้นหูว่า “ค่าเอฟที : Ft” (มาจากภาษาอังกฤษว่า Float Time คือลอยตัวตามช่วงเวลา) ซึ่งได้เริ่มใช้ครั้งแรกในค่าไฟฟ้างวดเดือน กันยายน 2535 ซึ่งตอนนั้นเริ่มคิดที่ 6.17 สตางค์ต่อหน่วย แล้วก็มีการ ขึ้นๆ ลงๆ มาตลอด
ที่เขาคิดให้มีค่าไฟฟ้าผันแปรขึ้นมานี่ก็เพื่อจะได้ไม่ต้องประกาศเปลี่ยนค่าไฟฟ้าอยู่เรื่อย ด้วยความที่ต้นทุนการผลิตไฟฟ้ามันปรับเปลี่ยนตามราคาเชื้อเพลิงอยู่ตลอด เขาก็เลยแยกส่วนของต้นทุนที่มีความแน่นอนเช่นพวกค่าลงทุนและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้ามาตั้งเป็นค่าไฟฟ้าฐาน แล้วเอาต้นทุนส่วนที่ผันแปรอยู่ตลอดมาตั้งสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟาโดยอัตโนมัติทุกๆ 4 เดือน
ต้นทุนส่วนที่ผันแปรที่ถูกนำมาคำนวณนี่หลักๆก็มี
- ประมาณการค่าเชื้อเพลิงโรงไฟฟ้า ได้แก่เชื้อเพลิงน้ำมันเตา, น้ำมันดีเซล, ก๊าซธรรมชาติ, ลิกไนต์, น้ำมันปาล์มดิบ
- ประมาณการค่าซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน ประกอบด้วย บริษัทในเครือ กฟผ., ผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระรายใหญ่(IPPs), ผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก(SPPs) และค่าซื้อไฟฟ้าจากต่างประเทศ (ลาว, มาเลเซีย เป็นต้น)
- ประมาณการค่าใช้จ่ายตามนโยบายของรัฐ เช่นเงินสนับสนุนไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ และพลังงานหมุนเวียนอื่น
- ยอดสะสมส่วนต่างของค่า Ft ที่เกิดขึ้นจริงกับค่าที่คำนวณเรียกเก็บ ยกมาจากงวดที่ผ่านมา อันนี้อาจทำให้ค่า Ft เพิ่มขึ้นหรือลดลงก็ได้
พอไปดูสถิติค่าไฟฟ้าผันแปรตั้งแต่ปี 2535 มาจนถึงปัจจุบันตามที่การไฟฟ้านครหลวงได้ทำข้อมูลไว้บนเว็บไซต์ ก็พบจุดเปลี่ยนที่น่าสนใจอยู่หลายแห่งที่น่ามาเล่าสู่กันฟัง
ช่วงแรก (ก.ย. 2535 - ก.พ. 2538) ค่า Ft ขึ้น-ลงในกรอบแคบโดยราคาไม่ถึง 10 สตางค์ แต่หลังจากนั้น ค่า Ft ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จาก 14.85 สตางค์ ในเดือน มี.ค.2538 จนมาเป็น 64.52 สตางค์ ในเดือน ก.ย.2543
แต่พอขึ้นเดือน ต.ค.2543 ค่า Ft กลับลดลงเหลือ 0 แต่ แต่ แต่ แต่… ไม่ใช่เรื่องน่าดีใจอะไร สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ทางรัฐเห็นว่าราคาเชื้อเพลิงคงปรับฐานขึ้นมาอย่างถาวรแน่แล้ว ก็เลยย้ายตัวเลขค่า Ft ทั้งหมดไปเป็นค่าไฟฟ้าฐาน แล้วเริ่มคำนวณค่า Ft กันใหม่จากศูนย์ ดังนั้นค่าไฟฟ้าที่เราต้องจ่ายให้การไฟฟ้าในเดือน ต.ค.2543 จึงไม่ได้ถูกลงแต่อย่างใด
แต่แล้วต้นทุนผันแปรก็ยังคงเดินหน้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง (มีลดลงเล็กน้อยบางช่วงแล้วก็กลับเพิ่มขึ้นอีก) จากศูนย์สตางค์ในวันนั้นก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนมาเป็น 95.81 สตางค์ ในเดือน มิ.ย.2554 ทางภาครัฐจึงได้ตัดสินใจย้ายค่าพลังงานจากส่วนผันแปรไปไว้เป็นค่าไฟฟ้าฐานอีกครั้ง ทำให้ค่าไฟฟ้าฐานของเดือน ก.ค.2554 เพิ่มขึ้น 95.81 และค่า Ft ก็จะกลับมาเริ่มที่ศูนย์อีกครั้ง แต่ด้วยความโชคดีที่ในขณะนั้นการไฟฟ้าฯ มีเงินเหลือจากการประหยัดโครงการบางอย่างจึงทำให้ค่า Ft ลดไปอยู่ที่ -0.6 สตางค์
ค่า Ft ต่อมาก็ขึ้นไปอีก และมีการโยกตัวเลขไปไว้ที่ค่าไฟฟ้าฐานอีกครั้งในเดือน พ.ย.2558 แต่คราวนี้เกิดเหตุการณ์ที่ต้นทุนพลังงานผันแปรเกิดลดลงอย่างต่อเนื่องทำให้ค่า Ft เป็นตัวเลขติดลบ (คือค่าไฟจ่ายจริงถูกกว่าค่าไฟพื้นฐาน) มาจนกระทั่งสิ้นปี 2563
ในปี 2564 ต้นทุนพลังงานผันแปรมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่ทางรัฐบาลได้ให้นโยบายมาให้ตรึงค่า Ft เอาไว้เพื่อชะลอการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายประชาชน ทำให้ค่า Ft คงอยู่ที่ -15.32 สตางค์ตลอดปี แต่ในที่สุดก็คงจะยื้อไว้ไม่ไหวเพราะการไฟฟ้าฯมีตัวเลขขาดทุนค่าไฟฟ้าผันแปรสะสมอยู่หลายหมื่นล้านจากการตรึงราคาในปี 2564 ก็เลยต้องขึ้นค่า Ft มาเป็น 1.39 สตางค์ ในช่วงต้นปี 2565 แล้วขึ้นอีกสองครั้งอย่างที่เกริ่นไว้ในตอนต้น
จากข้อมูลที่ไปแสวงหามานี่ นายพิราบเค้าแมวคาดหมายคำตอบของคำถามที่ตั้งไว้อย่างนี้ครับ
- ค่า Ft จะขึ้นไปถึงไหน ผมว่าคงไม่ขึ้นไปมากกว่านี้แล้วหากไม่มีสถานการณ์เลวร้ายพิเศษเช่นเกิดสงครามใหญ่ในประเทศผู้ส่งออกเชื้อเพลิง
- แล้วเมื่อไหร่จะลง อันนี้บอกเลยว่าอีกนาน เท่าที่ได้ยินมาต่อให้ค่าเชื้อเพลิงไม่ขึ้นราคาไปกว่านี้ ตัวเลขที่ขึ้นมานี้ไม่สามารถชดเชยยอดขาดทุนคงค้างได้ภายในอย่างน้อย 2 ปี แต่ถ้าเกิดเหตุที่ราคาเชื้อเพลิงลดลงมากเป็นพิเศษ อันนี้ก็อาจจะเร็วขึ้นหน่อย
แต่ลึกๆ แล้ว นายพิราบเค้าแมวอยากจะทำนายไว้เลยว่าจะมีการโยกเอาค่า Ft บางส่วนมาเป็นค่าไฟฟ้าฐานอีกครั้ง เพียงแต่รอความกล้าของภาครัฐที่จะหาจังหวะเอาข่าวดีอะไรมาแลกข่าวร้ายนี้ แล้วหลังจากนั้นเราก็จะเห็นค่า Ft เริ่มกันใหม่จากศูนย์อีกครั้ง ลวงตาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
...................ไม่เป็นไร เดี๋ยวใจก็ชิน