วันนี้ระหว่างขับรถไปทำงานฟังรายการวิทยุรายการหนึ่งซึ่งผมฟังเป็นประจำ มีนักวิชาการท่านหนึ่งให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องการเมืองนี่แหละ มีอยู่ตอนหนึ่งที่มีคำถามจากทางบ้านถามว่าในประเทศอื่นเขามีงูเห่า เหมือนสภาบ้านเราไหม นักวิชาการท่านนี้ชี้แจงว่าในประเทศกำลังพัฒนา สส.ไม่ได้ถูกบังคับว่าต้องสังกัดพรรค ถือว่าสส. ทั้งหมดเป็นสส.อิสระ จึงไม่ปรากฏสิ่งที่เรียกว่างูเห่าขึ้นมา ท่านยังว่าต่อว่าในประเทศที่ประชาธิปไตยพัฒนามากแล้ว พรรคการเมืองจะมีลักษณะอุดมการณ์ ดังนั้นสส.ที่เดินเข้าไปร่วมงาน ก็จะไปร่วมด้วยอุดมการณ์ จึงไม่เกิดปัญหางูเห่าขึ้น
ในมุมนี้ผมมีความเห็นต่าง แต่ในความเห็นต่างของผมนั้นไม่ได้หมายความว่าระบบที่ประเทศเราเป็นอยู่นั้นมันดี แม้ว่าหลายฝ่ายจะถกเถียงกันในเรื่องพรรคการเมืองเข้มแข็งหรือไม่เข้มแข็ง จะรัฐธรรมนูญ 40 ที่ส่งเสริมให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง หรือรัฐธรรมนูญ 62 ที่ว่ากันว่าทำลายความเข้มแข็งของพรรคการเมือง อันนั้นไม่ใช่ประเด็นของผม ผมขอขยี้ปมเฉพาะจุดที่นักวิชาการท่านนี้พูดตรงนี้ เท่าที่ผมได้ทราบมาในประเทศที่ท่านระบบประชาธิปไตยพัฒนาแล้วนั้น จริงอยู่ว่าจะไม่มีการเสียงแตกในขณะที่เลือกหัวหน้าคณะบริหาร อย่างสหรัฐอเมริกานั้น ประธานาธิบดีเกิดจากการเลือกตัวแทนเพื่อมาเลือกประธานาธิบดีคนนั้นเป็นการเฉพาะ ใครเป็นตัวแทนพรรคไหนเข้ามายกมือ ไม่ได้มีหน้าที่อื่นนอกจากมายกมือตามที่ประชาชนออกคะแนนเสียงเลือกตัวเองมา มันก็ต้องยกไปตามนั้น ในส่วนสมาชิกสภานั้น เขาไม่ได้เลือกประธานาธิบดี แต่ว่าในกรณีที่เป็นเรื่องการออกกฎหมาย เขาจะไม่ได้ออกเสียงแบบมีมติพรรค เขาจะไม่ได้ออกเสียงให้กับกฎหมายที่พรรคตัวเองเป็นคนเสนอเสมอไป ขึ้นอยู่กับว่าสิ่งนั้นจะมีผลกระทบด้านลบหรือด้านบวก ต่อรัฐที่ตัวเองเป็นตัวแทน
โดยส่วนตัวผมเองแล้ว ผมค่อนข้างไม่สบายใจกับระบบบ้านเรา ที่ใช้ลักษณะมติพรรคแล้วต้องให้ทุกคนในพรรค ยกมือไปในทางเดียวกันหมด แล้วเราก็มานั่งบ่นกันว่าพวกมากลากไป แต่พอใครเกิดจะลุกมามีจุดยืนที่ต่างออกไปจากพัก เราก็ลุกมาด่าว่างูเห่า ผมเองก็เห็นว่าเราควรจะพัฒนาไปจนถึงจุดที่ พวกผู้แทนทั้งหลายใช้วิจารณญาณเป็นเรื่องเรื่องไป โดยเป็นกระบอกเสียงของความชอบไม่ชอบความเดือดร้อน ความต้องการของท้องที่ที่ตนเองเป็นตัวแทน
เพียงแต่สังคมบ้านเรามีปัญหาเฉพาะตัวแบบ ของเราอยู่ เราไม่ไว้ใจ พวกผู้แทนทั้งหลาย ไม่ว่าจะออกมาทางรูปไหน ส่วนหนึ่งก็เพราะว่า คนที่ออกมาบ่นมันเป็นคนละคนกัน คนเชียร์กับคนด่าในแต่ละเรื่อง ดังนั้นทุกเรื่องจะมีคนด่า แต่ว่าปัญหาลึกๆจริงๆแล้วก็คือเราแทบทุกคนไม่เคยไว้ใจว่าพวกผู้แทนเหล่านั้น เขาทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน เราเชื่อเหลือเกินว่าเขาทำไปตามที่ตนเองได้ประโยชน์มากกว่า
ต้องยอมรับตรงๆว่า ผมก็ได้แค่ชี้ประเด็นอย่างนี้แต่ก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่า จะทำยังไงให้ลักษณะ ความคิดของสังคมไทยเป็นไปในแบบที่เราจะเชื่อกันได้ ก็ด้วยเพราะมันก็มีตัวอย่างที่เชื่อไม่ได้ให้เห็นอยู่เรื่อยๆจริงๆ
05 มิถุนายน 2562