ผมได้เข้าร่วมในกลุ่ม Line Open Chat ชื่อ "ถาม-ตอบประกันสังคม" เนื่องจากมาสนใจเรื่องนี้ในช่วงที่ Early Retire ออกจากการเป็นพนักงานประจำ แต่เผอิญในการเข้าไปออกความเห็นในห้องแชทเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2562 พัดพาให้เกิดนึกจะเขียนบทความนี้เพื่อไปแชร์ หวังให้เป็นตัวจุดประกายให้สมาชิกในห้องนั้นศึกษาเรื่องการออมและความมั่นคงวัยเกษียณ แล้วก็เลยคิดว่าน่าจะเอามาแชร์ที่นี่ไว้เป็นประโยชน์อีกทางหนึ่ง
= = = = = = = = = = = = = = = = = =
ผมตัดสินใจเขียนบทความนี้เนื่องจากแชทที่ผมตอบคุณ @Tara 🍒 เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2562 แล้วไปกล่าวถึงการออมเงินเพื่อวัยเกษียณโดยการลงทุนใน RMF และคุณ @time ก็ได้เข้ามาร่วมแสดงความเห็นว่าเรื่องนี้น่าสนใจ ผมพยายามหาห้อง Open Chat หรือ Facebook Page ที่ให้ความรู้เรื่องนี้แบบใสๆและน่าติดตาม ก็ยังไม่เจอที่ถูกใจ หลังจากที่ทบทวนดู ผมเห็นว่าเนื้อหาหลักก็มีไม่มากก็เลยคิดว่าตัวเองคงพอจะสรุปความให้ได้
RMF เป็นคำย่อของ Retirement Mutual Fund ชื่อมันก็บอกชัดเจนว่าเป็นกองทุนสำหรับการเกษียณ ไอ้เจ้า RMF เนี่ย ตอนที่ทางการเขาคิดขึ้นมาก็เพื่อสร้างแนวทางและโอกาสเพื่อให้ประชาชนมีความมั่นคงในช่วงบั้นปลายชีวิต ซึ่งช่วยลดปัญหาสังคมและภาระภาครัฐไปด้วย และเพื่อที่จะดึงดูดใจให้ผู้คนมาสะสมเงินตรามแนวคิดนี้ รัฐบาลจึงให้สิทธิ์พิเศษทางภาษีให้แก่คนที่ลงทุนในส่วนนี้ โดยผู้ที่ซื้อกองทุนกลุ่มนี้จะสามารถเอามูลค่าที่ซื้อนี้ไปเป็นค่าลดหย่อนในการคำนวณภาษีได้
ด้วยความที่มนุษย์เงินเดือนทั่วไปไม่ค่อยชอบที่ต้องเสียภาษีอยู่แล้ว เจ้า RMF เนี่ยก็เลยได้รับการจดจำแค่เป็นตัวลดภาษี และไม่ค่อยมีใครให้ค่ามันในฐานะการออม จะมาเห็นประโยชน์จากการออมนี้อีกทีก็ตอนแก่ตัวเข้าช่วงเกษียณโน่น
อย่างไรก็ตาม แม่ว่ามันจะเป็นการออมที่มีประโยชน์ แต่ถ้าเรามีรายได้ไม่สูงจนถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษี หรือมีค่าลดหย่อนอื่นเพียงพอที่ไม่ต้องเสียภาษีอยู่แล้ว เราก็อาจไปเลือกออมโดยซื้อกองทุนเปิดอื่นๆ ซึ่งก็อาจจะดีกว่า เหตุผลก็คือ RMF มันมีข้อจำกัดสองสามประการที่อาจจะทำให้คุณอึดอัดได้บ้าง ดังนี้
- เริ่มซื้อแล้ว ต้องซื้อต่อไปทุกปี จนกว่าจะอายุ 55 ปีขึ้นไป
- ในแต่ละปีต้องมียอดซื้อรวมไม่ต่ำกว่า 3% ของรายได้ในปีนั้น หรือไม่ต่ำกว่า 5,000 บาท แล้วแต่อันไหนจะต่ำกว่า
- ต้องไม่ขายก่อนที่จะอายุครบ 55 ปี และเคยมีการซื้อมาแล้ว 5 ปี เป็นอย่างน้อย
อ่านถึงตรงนี้ก็อาจมีความกังวลขึ้นมาทันทีเลยว่า อ้าวถ้าเกิดปีไหนงานยุ่งลืมซื้อ ก็จะผิดกฏแล้วสิ?
ข่าวดีก็คือทางการเขาก็พอเข้าใจว่าบางทีก็พลาดลืมซื้อได้ ก็เลยให้โอกาสเว้นฟันหลอได้ 1 ปี ซึ่งอาจเว้นการซื้อ 1 ปีได้หลายครั้งในตลอดช่วงจากที่เริ่มซื้อจนไปถึงวันที่อายุครบ 55 แต่ต้องไม่เว้นวรรคติดกัน 2 ปี
บางคนก็อาจบอกว่า ถ้างั้นผมก็ซื้อแค่ ปี-เว้น-ปี ก็ได้ใช่ไหม ก็ต้องตอบว่าใช่ แต่ว่าเราจะทำอย่างนั้นไปทำไม ปีที่เว้นไปเราก็เสียโอกาสการลดหย่อนภาษี แล้วก็ลดโอกาสการสะสมเงินเกษียณ ไม่น่าจะเป็นประโยชน์แก่เราเลย ยังไงเสียแม้ว่าบางปีจะฝืดเคืองสภาพคล่อง ผมก็ยังแนะนำให้ซื้อขั้นต่ำ 5000 บาทเอาไว้ก่อน กันพลาดเผื่อปีต่อไปชีวิตเกิดยุ่งเหยิงจนลืมซื้อ ก็จะได้ผิดเงื่อนไขการลงทุน
ข่าวดีก็คือทางการเขาก็พอเข้าใจว่าบางทีก็พลาดลืมซื้อได้ ก็เลยให้โอกาสเว้นฟันหลอได้ 1 ปี ซึ่งอาจเว้นการซื้อ 1 ปีได้หลายครั้งในตลอดช่วงจากที่เริ่มซื้อจนไปถึงวันที่อายุครบ 55 แต่ต้องไม่เว้นวรรคติดกัน 2 ปี
บางคนก็อาจบอกว่า ถ้างั้นผมก็ซื้อแค่ ปี-เว้น-ปี ก็ได้ใช่ไหม ก็ต้องตอบว่าใช่ แต่ว่าเราจะทำอย่างนั้นไปทำไม ปีที่เว้นไปเราก็เสียโอกาสการลดหย่อนภาษี แล้วก็ลดโอกาสการสะสมเงินเกษียณ ไม่น่าจะเป็นประโยชน์แก่เราเลย ยังไงเสียแม้ว่าบางปีจะฝืดเคืองสภาพคล่อง ผมก็ยังแนะนำให้ซื้อขั้นต่ำ 5000 บาทเอาไว้ก่อน กันพลาดเผื่อปีต่อไปชีวิตเกิดยุ่งเหยิงจนลืมซื้อ ก็จะได้ผิดเงื่อนไขการลงทุน
วันนี้เขียนไว้สั้นๆแค่นี้ก่อน พรุ่งนี้จะมาเพิ่มข้อมูลในมุมของผลประโยชน์ทางภาษี
= = = = = = = = = = = = = = = = = =
Tag: #เงินทองต้องใช้_รู้ไว้ใช่ว่า